Hot Tag


W
W
W
.
B
A
N
1
G
U
N
.
C
O
M

ขอการเขียนโครงงานวิทยาศาสตร์

คำถามที่เกี่ยวข้อง


ทุกคำถามต้องมีคำตอบเราจะช่วยคุณหาคำตอบเอง แม้เราจะไม่รู้แต่เราก็จะไปหามาให้จนได้ส่วนคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบให้อดใจรออีกนิดนะคะทีมงานกำลังเร่งมือหาคำตอบให้อยู่ค่ะ

ตัวอย่างเกี่ยวกับ : ขอการเขียนโครงงานวิทยาศาสตร์

ครงงานวิทยาศาสตร์
- คือ การที่นักเรียนมีปัญหา หรือข้อสงสัย แล้วนำปัญหานั้นไปทดลองศึกษาแก้ปัญหา โดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำผลงานมาเสนอวิเคราะห์
- เป็นการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตนเองโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แล้วรวบรวมสรุป วิเคราะห์ รายงานผลที่ได้จากการศึกษา
ความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์
การศึกษาค้นคว้าด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ ช่วยให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้ มีประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง ฝึกแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะติดตัว
ผู้เรียนไปตลอด เมื่อมีข้อสงสัย หรือปัญหาเกิดขึ้น จะแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้ที่ขาดการปฏิบัติ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าว
จะทำให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และกล้าแสดงออก
โครงงานวิทยาศาสตร์ ทำได้หลายรูปแบบ จ๊ะ
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสำรวจ
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททฤษฎี
แต่ที่นักเรียนนิยมทำกัน มี 3 ประเภท คือ ทดลอง สำรวจ และ สิ่งประดิษฐ์ สำหรับ
ประเภท ทฤษฎี เหมาะสมสำหรับระดับมัธยมปลาย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ชั้นสูง
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง
มีการออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาผลของตัวแปรต้น ที่มีผลต่อ
ตัวแปรตาม โดยควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อผลการทดลอง
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททฤษฎี
เป็นโครงงานที่ผู้ทำโครงงาน ได้เสนอทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม่ ๆ
ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือ คำอธิบายก็ได้
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทประดิษฐ์
เป็นโครงงานที่เกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยต่าง ๆ อาจคิดประดิษฐ์ของใหม่ ๆ หรือดัดแปลง ปรับปรุง ของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสำรวจ
เป็นการสำรวจรวบรวมข้อมูล แล้วนำมาจำแนกเป็นหมวดหมู่นำมาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เห็นลักษณะ หรือรูปแบบสัมพันธ์ของเรื่องที่ศึกษาได้ชัดเจนขึ้น


อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/thebeleth/writer/view.php?id=425392#ixzz1pcSMsbxu


ธีการทางวิทยาศาสตร์
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กำหนดปัญหา
2. ตั้งสมมติฐาน
3. รวบรวมข้อมูล
4. ทดลอง
5. สรุปผล







1. ทักษะการกำหนด และควบคุมตัวแปร
2. ทักษะการคำนวณ
3. ทักษะการจัดทำ และสื่อความหมายข้อมูล
4. ทักษะการจำแนกประเภท
5. ทักษะการตั้งสมมติฐาน
6. ทักษะการตีความหมาย
7. ทักษะการทดลอง
8. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
9. ทักษะการพยากรณ์
10. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
11. ทักษะการวัด
12. ทักษะการ สังเกต
13. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติกับมิติและ มิติกับเวลา

ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร
การกำหนดตัวแปร เป็นการชี้บ่งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องการควบคุม
ในสมมติฐานหนึ่ง ๆ

การควบคุมตัวแปร เป็นการควบคุมสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้น ถ้าหากไม่ควบคุม
ให้เหมือนๆ กัน ก็จะทำให้ผลการทดลองคลาดเคลื่อน

ตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เราต้องจัดให้แตกต่างกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดผล ซึ่งเราคาดหวังว่าจะแตกต่างกัน

ตัวแปรตาม คือ สิ่งที่เราต้องติดตามดู ซึ่งเป็นผลจากการจัดสถานการณ์บางอย่าง
ให้แตกต่างกัน

ตัวแปรควบคุม คือ สิ่งที่เราต้องควบคุมจัดให้เหมือนกันเพื่อให้แน่ใจว่า ผลการทดลอง
เกิดจากตัวแปรต้นเท่านั้น
ทักษะการคำนวณ คือ การนับจำนวนของวัตถุและการนำตัวเลขแสดงจำนวนที่นับได้
มาคิดคำนวณโดยการบวก ลบ คูณ หาร หรือหาค่าเฉลี่ย

ทักษะการจัดทำและสื่อความหมายข้อมูล

เป็นการนำผลการสังเกต การวัด การทดลองจากแหล่งต่าง ๆ โดยการหาความถี่
เรียงลำดับ จัดแยกประเภท หรือคำนวณหาค่าใหม่ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย
ของข้อมูลดียิ่งขึ้น โดยอาจเสนอในรูปแบบของตาราง แผนภูมิ แผนภาพ วงจร
กราฟ สมการ และการเขียนบรรยาย

ทักษะการ จำแนกประเภท

คือ การแบ่งพวก หรือเรียงลำดับวัตถุ หรือสิ่งที่อยู่ในปรากฏการณ์
โดยใช้เกณฑ์ ความเหมือน ความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง



ทักษะการทดลอง

มี 3 ประเภท คือ การทดลองแบบแบ่งกลุ่ม เปรียบเทียบ ไม่มีกลุ่ม
เปรียบเทียบและลองผิดลองถูก

การทดลองเป็นกระบวนการปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบ หรือการทดสอบ
สมมติฐานที่ตั้งไว้ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ การออกแบบการทดลอง
การปฏิบัติการทดลองและการบันทึกผลการทดลอง

ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
คือ การกำหนดความหมายและขอบเขตของสิ่งต่าง ๆ
(ที่อยู่ในสมมติฐานที่ต้องทดลอง)
ให้เข้าใจตรงกัน และสามารถสังเกตหรือวัดไว้


อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/thebeleth/writer/view.php?id=425392#ixzz1pcSW3urY



ความคิดเห็น ล่าสุดจากเพื่อนๆ